ฟ้องเขมรชดใช้ เอาผิดผู้บงการ ไทยทำได้แค่ไหน?
บทสรุป
คำถามคือไทยจะเอาผิดผู้บงการฝั่งเขมรจากกรณีโจมตีชายแดน และเยียวยาผู้เสียหายได้แค่ไหน ด้วยเครื่องมือทางกฎหมายที่มีอยู่
ศาลไทยทำได้ทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง โดยประเด็นที่ต้องพิจารณาคือเขตอำนาจคดีข้ามแดน เอกสิทธิ์คุ้มกันทั้งส่วนบุคคลและตามหน้าที่ และโอกาสในการอายัดหรือยึดทรัพย์ในไทย
ICC กับ ICJ ต่างกันโดยพื้นฐาน ICC ดำเนินคดีกับบุคคลในข้อหาอาชญากรรมสงคราม ส่วน ICJ ตัดสินข้อพิพาทระหว่างรัฐ กรณีนี้จึงเข้าทาง ICC มากกว่า
ผลของหมายจับหรือหมายแดงคือการจำกัดการเดินทางของผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งเป็นแรงกดดันจริงแม้ยังไม่มีการจับกุม
ข้อสรุปคือกลยุทธ์ผสม เดินคดีในศาลไทยควบคู่กับคดีแพ่งและ ICC เพื่อส่งสัญญาณทางการเมือง เยียวยาเหยื่อ และสร้างแรงกดดันระหว่างประเทศไปพร้อมกัน
ประเด็นสำคัญ
ศาลไทยไม่ใช่ทางตัน
ทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งเปิดช่องได้ แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องเขตอำนาจ
เอกสิทธิ์คุ้มกันเป็นด่านสำคัญ
ต้องแยกให้ชัดระหว่างเอกสิทธิ์ส่วนบุคคลกับเอกสิทธิ์ตามหน้าที่
ICC ฟ้องคน ICJ ฟ้องรัฐ
ความต่างนี้กำหนดว่าจะเดินเรื่องไปทางไหน
หมายจับมีผลก่อนการจับกุม
ข้อจำกัดการเดินทางคือแรงกดดันที่เกิดขึ้นทันที
UNSC ชะลอการสอบสวนได้
นี่คือความเสี่ยงทางการเมืองที่ต้องนับไว้ในแผน
เดินหลายทางพร้อมกันได้ผลกว่า
ศาลไทย คดีแพ่ง และ ICC ทำหน้าที่คนละอย่างและเสริมกัน