เศรษฐกิจชาตินิยมกำลังกลับมา? สิ้นสุดการค้าเสรี? สิ้นสุด ESG? จีน-สหรัฐฯ นำโลกสู่คล้ายยุคล่าอาณานิคม?
บทสรุป
ระเบียบเศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนจากยุคการค้าเสรี กลับสู่ลัทธิพาณิชยนิยมที่เชื่อว่าประเทศจะรวยได้ต้องส่งออกมากกว่านำเข้า
มุมมองแบบนี้ถือว่าการค้าระหว่างประเทศเป็นเกมที่ต้องมีผู้แพ้และผู้ชนะ ต่างจากตรรกะการค้าเสรีที่ถือว่าทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน
ตัวเร่งคือสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ โควิด-19 และสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งผลักให้ประเทศต่าง ๆ หันมาพึ่งพาตนเองและลดการเปิดเสรี
ผลพลอยได้คือกระแสต่อต้าน ESG เพราะเมื่อการแข่งขันเข้มข้นขึ้น ต้นทุนด้านความยั่งยืนถูกมองว่าเป็นภาระ
รูปแบบการแข่งขันจะออกมาเป็นสงครามการค้าและเทคโนโลยี แทนที่จะเป็นการล่าอาณานิคมแบบในอดีต
ประเด็นสำคัญ
พาณิชยนิยมคือแนวคิดเก่าที่กลับมา
ไม่ใช่ของใหม่ แต่เป็นตรรกะก่อนยุคการค้าเสรีที่ถูกนำกลับมาใช้
เปลี่ยนจากเกมได้ประโยชน์ร่วมเป็นเกมแพ้ชนะ
สมมติฐานพื้นฐานเรื่องการค้าเปลี่ยนไป นโยบายจึงเปลี่ยนตาม
มีเหตุการณ์กระตุ้นที่ชัดเจนสามอย่าง
สงครามการค้า โรคระบาด และสงครามในยุโรป ทำให้ห่วงโซ่อุปทานกลายเป็นเรื่องความมั่นคง
ESG เป็นเหยื่อของบรรยากาศใหม่
เมื่อประเทศคิดแบบแข่งขัน ต้นทุนความยั่งยืนก็ถูกลดความสำคัญ
เครื่องมือเปลี่ยนไปแต่ตรรกะคล้ายเดิม
ภาษีและการควบคุมเทคโนโลยีทำหน้าที่แทนกองเรือและอาณานิคม